นกไต่ไม้ยักษ์ ... กลับหน้าปก

อำเภอเชียงดาว เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ ห่างจากตัวอำเภอเมืองเชียงใหม่ 72 กม. ตรงมาทางเหนือ ผ่าน อำเภอแม่ริม อำเภอแม่แตง ก่อนถึงอำเภอไชยปราการ บนถนนหลวงแผ่นดินหมายเลข 107 อำเภอนี้ประกอบไปด้วยพื้นที่อนุรักษ์หลายแห่งด้วยกัน ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว อุทยานแห่งชาติดอยผาแดง อุทยานแห่งชาติศรีลานนา และเขตป่าสงวนต่างๆ เป็นต้น สภาพภูมิประเทศเป็นหุบแอ่ง ที่มีภูเขาสูงล้อมรอบคล้ายอ่างกระทะ ซึ่งเรียกแอ่งนี้ว่า หุบแม่ปิง และมีภูเขาหินปูนสูงตระหง่านเป็นสัญลักษณ์ เรียกว่า ดอยหลวงเชียงดาว ตั้งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว มีเนื้อที่ทั้งสิ้นประมาณ 325,625 ไร่ หรือคิดเป็น 521 ตารางกิโลเมตร ความสูง 480-2,225 เมตร ปกคลุมไปด้วยป่าเบญจพรรณ ป่าดงดิบแล้ง ป่าสนเขา ป่าดงดิบเขา เป็นต้น ด้วยความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 2,225 เมตร ทำให้ดอยหลวงเชียงดาวมีความสูงติดอันดับที่ 3 ของประเทศ และเป็นพื้นที่ที่ปรากฏสังคมพืชภูเขากึ่งอัลไพน์แห่งเดียวในประเทศ ขณะเดียวกันดอยหลวงเชียงดาวยังเป็นถิ่นอาศัยของนก ไม่ต่ำกว่า 300 ชนิด รวมทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ อีกทั้งยังเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยที่สำคัญของนกสองชนิด คือ นกไต่ไม้ยักษ์ (Giant Nuthatch) และไก่ฟ้าหางลายขวาง (Hume’s Pheasant) ซึ่งจะพบได้ง่ายที่บริเวณหน่วยเด่นหญ้าขัด...

บัญชีรายชื่อนกที่พบในเชียงดาว

นกไต่ไม้ยักษ์ (Giant Nuthatch / Sitta magna)

ภาพถ่ายโดย : Polwat

รูปร่างลักษณะ  เป็นนกขนาดเล็ก  ความยาวจากปลายปากจดหาง 19.5 -  20 ซม.  เป็นนกไต่ไม้ชนิดที่ใหญ่สุดในกระบวน นกไต่ไม้ชนิดที่พบในประเทศไทย แต่ ก็ดูเป็นนกขนาดเล็กในภาคสนาม

นกตัวผู้  ลักษณะคล้ายกับนกไต่ไม้ใต้โคนหางสีน้ำตาล (Chestnut - vented Nuthatch) แต่มีขนาดลำตัว และ ปากมีขนาดใหญ่กว่า   แถบสีดำที่พาด ผ่านด้านข้างของกระหม่อม มีขนาดกว้างกว่า  กระหม่อมและท้ายทอยมีสีเทาจางกว่าบริเวณหลัง, คอ และ ขนคลุมหู สีค่อนข้างขาว, นกตัวผู้บริเวณ ลำตัวด้านล่าง สีเทา ไม่มีแต้มและ ลายขีดสีน้ำตาลแดงที่สีข้าง เหมือน นกไต่ไม้โคนหางสีน้ำตาล (Chestnut- vented Nuthatch) ขนคลุมโคนขนหาง ด้านล่าง สีน้ำตาล แดงโดยตอนปลายขนเป็นสีขาว มองดูคล้ายพื้นขนสีขาว มีลายเป็นขีดหนาๆ สีน้ำตาลแดง, ลำตัวด้านล่างสีเทาอมฟ้าไม่มีเจือสีน้ำตาลแดง

นกตัวเมีย ลำตัวด้านล่างสีเทามีเจือสีขาวอมเหลืองบางส่วน แถบที่ลากผ่านกระหม่อมสีอ่อน สีของกระหม่อม และ สีบนหลังเป็นสีเทาอ่อนกลมกลืนกัน ไม่ตัดกันชัดเจนเหมือนนกตัวผู้

นกที่ยังไม่เต็มวัย คล้ายนกตัวเมียเต็มวัย แต่ที่กระหม่อมและด้านข้างของหัว มีลายเป็นขีดๆสีขาว ปนกับขีดสีเข้ม ประปราย ลำตัวด้านล่างสีเทา แต่ไม่อมฟ้าเหมือนนกที่เต็มวัย แถบที่พาดผ่านเหนือตาไปข้างกระหม่อมสีอ่อน ไม่ดำเข้ม, ขนบริเวณไหล่ และ ขนกลางปีก มีขีดสีเข้มประปราย

ภาพถ่ายโดย : ภูไท ไพรวัลย์

นิสัยประจำพันธุ์ มักพบอยู่โดดเดี่ยวหรือเป็นคู่ มักหากินอยู่เฉพาะ พวกเดียวกันไม่ปะปนกับชนิดอื่น หากินตามลำต้น หรือ กิ่งไม้ใหญ่ โดยสามารถเกาะได้ทุกแนว ทั้งแนวตั้ง แนวนอน ด้านข้าง ด้านบนหรือด้านล่างของกิ่งไม้ เกาะห้อยหัวลงมาจิกกิน แมลง ที่ใต้กิ่งหรือใต้ใบไม้ได้ ขณะเกาะใช้โคนหางยันกับลำต้นไม้คล้ายนกหัวขวาน ส่วนมากพบหากินกับต้นสนสามใบเป็นหลัก

แหล่งอาศัยหากิน อาศัยตามป่าดงดิบเขาที่ค่อนข้างโปร่งโดยเฉพาะป่าสนสองใบและสนสามใบ ในความสูงระหว่าง 1,200 - 1,830  เมตร จากระดับน้ำทะเล 

อาหาร ได้แก่ เนื้อในของเม็ดลูกไม้ขนาดใหญ่ ที่เปลือกแตกตามธรรมชาติ เพราะนกไต่ไม้ใหญ่ ปากไม่แข็งแรงพอจะเจาะเปลือกผลไม้แข็งอย่าง ผลของต้นสนได้ นอกจากนั้นยังกินแมลง  ตัวหนอน ยอดอ่อนของใบไม้ที่กำลังจะแตกออก มาจากตาใบของต้นไม้ ผีเสื้อกลางวันและผีเสื้อกลางคืน  แมลงปีกแข็ง หนอน แมลง และ ตัวอ่อนของแมลง

ฤดูผสมพันธุ์ทำรังวางไข่ ทำรังระหว่างเดือน มีนาคม ถึง ต้นเมษายน ทำรังในโพรงไม้ที่เกิดตามธรรมชาติ หรือ โพรงที่นกหัวขวานทำไว้ โพรงสูงจากพื้นดินเพียง 1–3 เมตร นกไต่ไม้ใหญ่ไม่ใช้โคลนปิดปากโพรงให้แคบลงเหมือนนกไต่ไม้ชนิดอื่นๆ วางไข่ครอกละ 3 ฟอง ไข่มีลักษณะค่อนข้างกลม สีครีม มีประจุดสีน้ำตาลอ่อ ชีววิทยาอื่นๆ เช่น ระยะเวลาการฟักไข่ และเลี้ยงลูกอ่อน ยังไม่ทราบกัน

ภาพถ่ายโดย : Fredrik Ellic

แหล่งแพร่กระจายพันธุ์  เป็นนกประจำถิ่น ของ จีนด้านตะวันตกเฉียงใต้   แถบมณฑลยูนนาน  , ในพม่า พบทางภาคกลางและภาคตะวันออก โดยเฉพาะในรัฐฉานในพม่า ,  บางพื้นที่ของ ภาคเหนือ ด้านตะวันตก ของ ไทย

 

 

ย้อนกลับ ถัดไปไก่ฟ้าหางลายขวาง